What's happening?

Video Sources 44 Views Report Error

  • CODA (2021)
CODA (2021)

CODA (2021)

USAPG-13
Your rating: 0
9 1 vote

Synopsis

CODA (2021)

CODA (2021)

ดูหนัง ในเมืองกลอสเตอร์ รัฐแมสซาชูเซตส์ รูบี้ รอสซีเป็นสมาชิกคนเดียวในครอบครัวที่ได้ยิน พ่อแม่ของเธอแฟรงก์และแจ็กกี้และลีโอพี่ชายคนโตล้วนแต่มีวัฒนธรรมที่หูหนวก เธอช่วยธุรกิจประมงของครอบครัวและวางแผนที่จะเข้าร่วมเต็มเวลาหลังจากเรียนจบมัธยมปลาย รูบี้ ออดิชั่นสำหรับคณะนักร้องประสานเสียงของโรงเรียน ดำเนินการโดย แบร์นาร์โด บียาโลโบส (หรือ Mr. V) แต่เมื่อเธอถูกเรียกให้ร้องเพลง CODA (2021) ดูหนังดราม่า

เธอก็ตื่นตระหนกและวิ่งหนีไป หลังจากนั้นเธอก็กลับมาหาคุณวีและอธิบายว่าเธอถูกรังแกเพราะพูดตลกตั้งแต่ยังเป็นเด็ก มิสเตอร์วีรับรูบี้เข้าคณะนักร้องประสานเสียงหลังจากได้ยินเสียงอันไพเราะของเธอและกระตุ้นให้เธอมีความมั่นใจมากขึ้น

ดูหนังฟรี ต้องบอกเลยว่าทีมงานออกแบบหน้าหนังได้ไม่น่าสนใจเอามาก ๆ ด้วยการเอานักแสดงนำทั้ง 4 ที่โนเนมสุด ๆ มานั่งเรียงกันท้ายกระบะรถซึ่งไม่ได้สื่ออะไรเลย น่าจะมีส่วนทำให้บางคนเมินหนังเรื่องนี้ไป และทำให้พลาดประสบการณ์อิ่มเอมที่สุดเรื่องหนึ่ง เท่าที่ศิลปะภาพยนตร์จะถ่ายทอดความรู้สึกให้เรารับได้ ดูหนังออนไลน์

CODA เป็นผลงานของ เซียน ฮีเดอร์ (Sian Heder) เธอเป็นทั้งนักแสดง ผู้กำกับ และมือเขียนบท ซึ่งเรื่องนี้เธอก็ควบหน้าที่กำกับและเขียนบทด้วยตัวเอง จะเรียก CODA ว่าเป็นหนังอินดี้หรือหนังสายรางวัลก็ไม่ผิดนัก เพราะหนังถูกส่งเข้าประกวดตามเทศกาลหนังมาเป็นสิบแล้ว แล้วด้วยคุณค่าของหนังก็กวาดมาได้แล้วกว่า 30 รางวัล

แต่เวทีที่ส่งให้ CODA ประสบความสำเร็จสุดก็คือ ซันแดนซ์ เพราะคว้ามาได้ถึง 4 รางวัล ทำให้ Apple TV ควักกระเป๋าซื้อหนังไปด้วยมูลค่า 25 ล้านเหรียญทันที มองแล้วน่าจะเป็นตัวเลขที่คุ้มค่ามาก ๆ เพราะถึงนาทีนี้ ตัวหนังมีสิทธิ์อย่างมากที่จะได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ในหลายสาขา

CODA (2021) เนื้อเรื่อง

CODA (2021)

ชื่อเรื่อง CODA นั้นย่อมาจาก “Child of Deaf Adults” แปลได้ว่า “บุตรที่มีบุพการีหูหนวก” ซึ่งก็หมายถึงตัว รูบี้ รอสซี รับบทโดย เอมิเลีย โจนส์ (Emilia Jones) นักแสดงนำหญิงจากทีวีซีรีส์ Locke & Key รูบี้เป็นลูกสาวคนเดียวที่หูได้ยินเสียงปกติในครอบครัวที่หูหนวกทั้งบ้านที่ประกอบไปด้วย พ่อ แม่ และพี่ชาย ครอบครัวเธอประกอบอาชีพออกเรือหาปลา รูบี้จึงเป็นสาววัยรุ่นที่ต้องรับภาระหนักมาก

ทั้งเรียนหนังสือและต้องแบ่งเวลาทำงานกับครอบครัว ตั้งแต่ออกเรือหาปลา นำปลามาเจรจาขายกับนายหน้า เธอกลายเป็นเหมือนเสาหลักของครอบครัวเพราะต้องทำหน้าที่ล่ามระหว่างครอบครัวของเธอกับคนหูดีทั่วไป ตรงนี้ละที่ปูทางให้เรารู้จักและเห็นใจกับภาระหน้าที่ของรูบี้ ก่อนจะพาเราไปเผชิญกับวิกฤตของเรื่อง เมื่อรูบี้ค้นพบพรสวรรค์และสิ่งที่เธอรัก นั่นก็คือ “การร้องเพลง” ซึ่งเธอทำได้ดีมาก

จนคุณครูแบร์นาโดพยายามผลักดันให้เธอได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเบิร์คลีย์ แต่นั่นกลายเป็นว่าถ้ารูบี้เลือกเดินตามความฝันของตัวเอง ก็เท่ากับเป็นการทอดทิ้งครอบครัวที่ต้องการเธอเป็นที่พึ่ง เห็นวี่แววดราม่าหนัก ๆ แล้วใช่ไหมละ

CODA เป็นหนังดราม่า และ เพลง ซึ่งก็แบ่งน้ำหนักของทั้งสองส่วนได้ดี ตลอดเรื่องเราได้ฟังเพลงเพราะ ๆ ซึ่งเป็นเพลงจากยุค 60s หลัก ๆ ก็มี 2 เพลงคือ You’re All I Need to Get By ของ มาร์วิน เกย์ ปี 1968 และ Both Sides, Now ของ โจนี มิตเชลล์ ปี 1969 ซึ่งเป็นเพลงที่คุณครูแบร์นาโดเลือกมาเคี่ยวกรำฝึกฝนให้รูบี้ ซึ่งเราก็ได้เห็นพัฒนาการของรูบี้ในเรื่องการร้องเพลง ควบคู่ไปกับเรื่องราวกุ๊กกิ๊กของเธอกับ ไมลส์

หนุ่มเสียงดีที่คุณครูแบร์นาโดคัดมาร้องเพลงคู่กับเธอ จุดที่ทำให้หนังเดินหน้าไปอย่างน่าติดตามก็เมื่อหนังโยนอุปสรรคต่าง ๆ เข้ามาใส่รูบี้ หลัก ๆ ก็คือปัญหาระหว่างเธอกับครอบครัว ซึ่งพาลไปกระทบกับความสัมพันธ์ของเธอกับไมลส์ และทำให้คุณครูแบร์นาโดผิดหวังทั้งที่กำลังรุดหน้าไปอย่างสวยงาม จนทำให้รูบี้เริ่มทำใจและถอดใจกับเส้นทางที่เธอเลือกไว้ ดูไปก็ลุ้นไป เอาใจช่วยให้รูบี้ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่เธอตั้งใจ

CODA บทสรุป

CODA (2021)

พูดได้ว่า CODA เป็นหนังที่เพียบพร้อมในทุก ๆ ด้าน ทั้งเนื้อหาของหนัง บทพูด เพลงที่เลือกสรรมาใช้ และโดดเด่นที่สุดคือบรรดานักแสดง ตั้งแต่ตัว เอมิเลีย โจนส์ ที่ตั้งใจและทุ่มเทกับบทรูบี้อย่างมาก ถึงกับฝึกการร้องเพลง เรียนภาษามือ และออกเรือหาปลาจริง ๆ อยู่ 9 เดือน และที่น่าประทับใจสุด ๆ ต้องยกให้ครอบครัวรอสซี ทั้งพ่อแม่และพี่ชาย ที่ได้นักแสดงหูหนวกจริง ๆ มารับบท เพื่อเลี่ยงปัญหาที่เคยเกิดกับ La famille Bélier หนังฝรั่งเศสที่เป็นต้นฉบับของเรื่องนี้ เพราะในเวอร์ชันออริจินัลนั้น ทีมงานเลือกใช้นักแสดงหูดีมาเล่นเป็นคนหูหนวกถึง 2 คน ก็เลยโดนสมาคมคนหูหนวกประท้วง ว่าการกระทำเช่นนี้เท่ากับไม่สนับสนุนนักแสดงหูหนวก

พอมาถึง CODA เราก็เลยได้เห็นศักยภาพอันน่าทึ่งของ ทรอย คอตเซอร์ (Troy Kotsur) มาร์ลี แมตลิน (Marlee Matlin)และ แดเนียล ดูแรนต์ (Daniel Durant) ที่ต้องชื่นชมว่าแต่ละคนแสดงได้ดีงามไร้ที่ติ โดยเฉพาะตัวคอตเซอร์ ผู้รับบทพ่อ แฟรง รอสซี นั้น กวาดมาแล้วหลายรางวัล รอลุ้นว่าคอตเซอร์จะได้เข้าชิงออสการ์นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมด้วยหรือไม่ คอตเซอร์ให้การแสดงที่เป็นธรรมชาติเหลือเกิน เป็นบทบาทที่สร้างความกดดันให้กับเส้นเรื่องพอควรในฐานะพ่อที่ต้องการยึดเหนี่ยวลูกสาวไว้กับตัวเอง ขณะเดียวกันเขาก็ทำหน้าที่เป็นตัวชงมุก และหลายมุกก็เรียกเสียงหัวเราะได้จริง

ค่อนเรื่องเราได้เห็นรูบี้ฝึกร้องเพลง You’re All I Need to Get By เพื่อโชว์บนเวทีในงานโรงเรียน ซึ่งถ้าหนังเดินตามสูตรสำเร็จ ฉากที่เธอโชว์นั้นจะเป็นฉากไคลแมกซ์ปิดท้ายเรื่อง ซึ่งคนดูก็รอคอยจะได้ฟังเธอโชว์ศักยภาพในการร้องบนเวที โดยที่มีพ่อแม่และพี่ชายมาให้กำลังใจในหมู่คนดู แต่พอถึงฉากนี้

หนังกลับเลือกใช้วิธีที่หักอารมณ์คนดูแบบคาดไม่ถึง ด้วยการ ‘ปิดเสียง’ เห็นแต่เธอทำปากพะงาบ ๆ จนจบเพลง นั่นก็เพราะผู้กำกับต้องการพาผู้ชมให้ร่วมสัมผัสอารมณ์ทางฝั่งพ่อแม่และพี่ชาย ที่แม้มาดูลูกสาวร้องเพลง แต่ไม่มีทางที่จะได้ยินเสียงอันไพเราะของเธอ ทั้งสามหันมองไปรอบตัว สังเกตอากัปกิริยาของคนรอบข้างที่กำลังตื้นตันกับเสียงร้องของรูบี้ ทั้งสามหันมาสบตากันด้วยความปีติ นี่คือแนวทางที่กล้าที่จะฉีก แต่ได้ผลตอบแทนที่อัดมาได้แรงเกินคาด

ยังไม่พอแค่นั้น หนังยังกระแทกซ้ำอีกดอก ด้วยฉากต่อเนื่องกัน เมื่อรูบี้กลับมาที่บ้าน เธอได้นั่งคุยกับพ่อ พ่อถามว่าเพลงที่ลูกร้องเกี่ยวกับอะไร ร้องให้พ่อฟังหน่อยได้ไหม รูบี้ก็ร้องให้พ่อฟัง พร้อมกับใช้ภาษามืออธิบายให้พ่อฟัง ไม่แค่นั้น พ่อที่มองหน้าลูกสาวด้วยสายตาปลาบปลื้ม ผิดจากสายตาก่อนหน้านี้ ที่จะพยายามดึงรั้นลูกสาวให้อยู่กับตน พ่อเอื้อมมือมาสัมผัสที่คอของรูบี้ เพื่อสัมผัสแรงสั่นของลำคอขณะที่รูบี้ยังคงร้องเพลงให้พ่อฟังอย่างตั้งใจ โอ้ย ถึงฉากนี้ นี่ ตาย ตาย

หนังวางบทบาทของตัวละครแทบทุกตัวให้มีปัญหากับรูบี้ ทั้งพ่อ แม่ พี่ชาย คนรัก หรือแม้กระทั่งคุณครู แต่สุดท้ายแล้วบทหนังก็หาทางออกให้กับเรื่องราวได้อย่างลงตัวสวยงาม จากความรู้สึกที่พาเราอินไปในช่วงแรก ให้เรารังเกียจตัวละครตัวนั้นตัวนี้ เพราะคอยเอาใจช่วยให้รูบี้ไล่ตามความฝันของเธอให้ได้สำเร็จ ทุกคนได้มีฉากสำคัญน่าจดจำกับรูบี้ โดยเฉพาะ ลีโอ พี่ชายนั้นงอนน้องได้น่ารักมาก ไม่ได้ซาบซึ้งขนาดกอดกัน แต่ก็เป็นการแสดงออกแบบแมน ๆ แต่พาเราเข้าถึงความรู้สึกและยิ้มตามไปได้ ว่าพี่มันรักน้องจริง ๆ

ย้อนไปในปี 1995 ถ้าใครเคยได้ดูและซาบซึ้งกับ Mr. Holland’s Opus (มิสเตอร์ฮอลแลนด์ ครูเทวดา) ผมเชื่อว่าจะต้องรัก CODA เรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะหนังมีอารมณ์และเนื้อหาที่คล้ายกันมาก เป็นหนังดราม่าครอบครัวที่มีเพลงประกอบเพราะ ๆ เหมือนกัน จะมีสลับกันหน่อยก็ตรงที่ว่า คุณครูฮอลแลนด์นั้นคือผู้ที่มีพรสวรรค์ทางด้านการประพันธ์ แต่ครูฮอลแลนด์มีลูกชายที่หูหนวก ผู้ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงและซึมซับความไพเราะจากผลงานของพ่อได้ ฉากครูฮอลแลนด์ร้องเพลงแล้วใช้ภาษามืออธิบายเนื้อหาของเพลงให้ลูกชายฟังจากบนเวทีนั้น น้ำตาแตกไปเลยเถอะ

พูดได้เต็มปากว่านี่คือหนังที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะคนที่ชอบหนังดราม่า หนังเพลง นักแสดงยอดเยี่ยม เนื้อหาดี ตัวละครแต่ละตัวล้วนมีแต่คนน่ารัก ๆ ทั้งพ่อ แม่ พี่ชาย ดูจบมีความสุข อิ่มเอมหัวใจครับ หนังเข้าฉายมาตั้งแต่ 30 ธันวาคม 2564 ตอนนี้ก็ยังมีรอบฉายอยู่บ้างทั้ง เมเจอร์ ซีเนเพล็กซ์ และ เฮ้าส์ สามย่าน

 

 

 

Original title CODA (2021)
IMDb Rating 8.4 248 votes
TMDb Rating 273 386 votes

Director

Director

Cast

Similar titles

Ittymaani – Made in China (2019) อิตตีมานี เมดอินไชน่า
Kingdom of Us (2017)
Paper Lives (2021) เศษชีวิต
Bank Attack (2007)
Pound of Flesh มหาประลัยทวงเดือด
Fear Street Part 1: 1994 (2021) ถนนอาถรรพ์ ภาค 1: 1994
The Maus (2017)
Strange Nature ( Strange Nature )
Child 44 (2015) อำมหิตซ่อนโลก
The Legend of Bagger Vance ตำนานผู้ชายทะยานฝัน
White House Down วินาทียึดโลก
Night of the Sicario (2021)

Leave a comment

Name *
Add a display name
Email *
Your email address will not be published